เมื่อเงินจำนวนหลายล้านบาทจากการขายบ้านถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกแรกของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นความโล่งใจและคิดว่าเงินอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด ทว่าความจริงที่เจ็บปวดคือเงินในธนาคารอาจไม่ได้ปลอดภัย 100% อย่างที่เราเข้าใจ
ภาวะวิกฤตธนาคารล้มละลายกับผลกระทบต่อเงินฝากของคุณ
ในกรณีที่สถาบันการเงินไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้และต้องปิดตัวลงกะทันหัน เงินล้านที่คุณฝากไว้จะยังคงอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์หรือไม่? ในระดับสากลอย่างสหราชอาณาจักรจะมีระบบ FSCS ที่คุ้มครองเงินไม่เกิน 85,000 ฝากประจำ ถึง 120,000 ปอนด์
การคุ้มครองวงเงินสูงเป็นพิเศษในช่วงเวลาจำกัดที่คุณไม่ควรพลาด
สำหรับเงินที่ได้มาจากการขายบ้านหรือเงินเกษียณอายุ มักจะมีข้อยกเว้นการคุ้มครองที่สูงกว่าปกติ
- กำหนดเวลาสำหรับการคุ้มครองวงเงินสูง: โดยปกติจะได้รับสิทธิ์เพียง 6 เดือนนับจากวันที่เงินเข้าบัญชี
- ยอดเงินคุ้มครองที่สูงขึ้น: ในบางระบบอาจสูงถึง 1.4 ล้านปอนด์ หรือหลายสิบล้านบาท
- อันตรายจากการละเลยระยะเวลาคุ้มครอง: หลังจากนั้นยอดคุ้มครองจะลดลงมาที่ระดับปกติ ซึ่งอาจทำให้เงินส่วนเกินของคุณตกอยู่ในความเสี่ยง
บทเรียนสำหรับผู้ฝากเงินในประเทศไทยและวงเงินคุ้มครองปัจจุบัน
ภายใต้กฎหมายไทย เงินฝากในธนาคารพาณิชย์จะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งหมายความว่าหากคุณมีเงิน 10 ล้านบาทในธนาคารเดียว ส่วนที่ได้รับความชัวร์คือ 1 ล้านบาทเท่านั้น เงินส่วนเกินจากวงเงินคุ้มครองจะมีความเสี่ยงสูงหากเกิดวิกฤตสถาบันการเงิน
4 เทคนิคการพักเงินสำหรับคนฉลาดทางการเงิน
เมื่อคุณเข้าใจความเสี่ยงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือป้องกันทรัพย์สินของคุณ
- การแบ่งเงินฝากเข้าธนาคารหลายแห่ง: ตรวจสอบเครือข่ายธนาคารให้ดีเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ใช่สถาบันเดียวกันตามกฎหมาย
- การเลือกใช้พันธบัตรออมทรัพย์: ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเพราะได้รับการค้ำประกันโดยตรงจากรัฐบาล
- การใช้กองทุนตลาดเงินสภาพคล่องสูง: แม้จะไม่มีการคุ้มครองจาก สคฝ. แต่ความเสี่ยงถือว่าต่ำมากในระดับสากล
- การแบ่งฝากประจำหลายระยะเวลา: การแบ่งเงินเป็นก้อนเล็กๆ หลายก้อนช่วยลดผลกระทบหากจำเป็นต้องใช้เงินด่วน
คำแนะนำสุดท้ายสำหรับคนมีเงินล้านในบัญชี
การตัดสินใจทางการเงินที่ฉลาดเริ่มต้นจากการรู้จักปกป้องสิ่งที่คุณมีอยู่ให้ดีที่สุด ลำดับต่อมาคือสภาพคล่องที่คุณสามารถดึงออกมาใช้ได้ในยามจำเป็น ความผิดพลาดที่รุนแรงที่สุดไม่ใช่การไม่ทำกำไร แต่เป็นการไม่รู้ว่าเงินของคุณกำลังเสี่ยงแค่ไหน